Top 10 Best retino 2024

10 อันดับ เรตินอล ยี่ห้อไหนดี 2024 เคล็ดลับผิวกระจก Glass Skin

เรตินอล กลายเป็นสกินแคร์ยอดนิยมที่สาวๆ หลายคนตามเพราะขึ้นชื่อเรื่องการต่อต้านริ้วรอย ช่วยให้ผิวเรียบเนียนไร้สิว แต่ด้วยความหลากหลายของแบรนด์ แทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยในวันนี้เราจะพามาไขข้อข้องใจพร้อมแนะนำ 10 ตัวเลือกเด็ด เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ที่กำลังได้รับความนิยมประจำปี 2567 พร้อมให้ให้คุณนั้นไปเลือกพิชิตผิวสวยเปล่งประกายอย่างมั่นใจ

Top 10 Best retino 2024

เรตินอล คืออะไร

เรตินอล คือ อนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นส่งผลให้ริ้วรอยดูตื้นเขินนอกจากนี้ ครีมเรตินอลยังช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ปรับให้สีผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ กระจ่างใสมากยิ่งขึ้น โดยเรตินอล มักจะพบอยู่ในสกินแคร์และผลิตภัณฑ์สำหรับผิวที่เป็นสิว และมีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.1 – 1% ยิ่งมีความเข้มข้นสูงก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองผิวได้ง่ายและถ้าหากเพิ่งเริ่มต้นใช้เรตินอลบำรุงผิว แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นต่ำ เพื่อความปลอดภัย

เรตินอล กับ เรตินเอ ต่างกันยังไง

เรตินอล (Retinol) กับ เรตินเอ (Retin-A) เป็นวิตามินเอเช่นเดียวกันแต่ความแรงและลักษณะการใช้งานรวมถึงผลข้างเคียงค่อนข้างแตกต่างกัน

เรตินเอ (Retin-A) ส่วนมากแล้วจะอยู่ในส่วนผสมที่แพทย์สั่งเท่านั้น และอาจจะระคายเคืองได้ง่ายกว่า โดยปกติแล้วจะใช้สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวเป็นหลัก เพราะช่วยในเรื่องของการลดสิวอุดตัน

เรตินอล (Retinol) ถึงจะมีประสิทธิภาพลดน้อยลงแต่มีความอ่อนโยนต่อผิวผู้ใช้งานมากกว่า จึงกลายเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย รวมถึงปัญหาสิว

เรตินอล ช่วยเรื่องอะไร

การเริ่มใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ เรตินอล ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าจะเริ่มต้นในช่วงอายุ 25 ถึง 30 ปี เพราะเป็นช่วงที่มีการสร้างคอลลาเจนที่น้อยลงมีความยืดหยุ่นน้อย จึงใช้ส่วนผสมของ เรตินอลช่วยเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมกับยังช่วยยับยั้งการเกิดริ้วรอยได้ก่อนวัยในระยะยาว รวมทั้งยังมีราคาที่ไม่แพงมากถ้าเทียบกับการที่เรานั้นเข้าคลินิกดูแลรักษาผิวหน้า

เรตินอล เป็นสารชนิดหนึ่งที่อยู่ในอนุพันธ์วิตามินเอ จัดอยู่ในเรตินอยด์ (retinoids) เรตินอล มีคุณสมบัติช่วยเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย รวมถึงแก้ปัญหาต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ รอยจากการที่เรานั้นแสดงอารมณ์จากทางด้านสีหน้า ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยหน้าผากจากการขมวดคิ้ว รอยตีนกา รวมไปถึงร่องรอยที่ดูตื้น
  • ช่วยลดการอักเสบของสิว สิวอุดตัน สิวหัวดำ รวมถึงบริเวณใบหน้าและลำตัวเป็นสิวที่อกและสิวที่หลัง
  • ช่วยควบคุมความมันบนผิว ลดรูขุมขนกว้าง
  • ช่วยลดหลุมสิวช่วยให้หลุมสิวตื้น เรียบเนียน มากยิ่งขึ้น
  • ปรับเซลล์ผิวให้สม่ำเสมอ สำหรับคนที่มีปัญหาผิวหนังที่ไม่สม่ำเสมอกัน อาจจะดูด่างๆ เป็นบางจุด แต่ครีมเรตินอลสามารถช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน สำหรับคนที่มีอายุมากยิ่งขึ้น 40 ปีขึ้นไปก็คงจะกังวลในเรื่องของคอลลาเจนที่มีการผลิตลดน้อยลง แต่สามารถใช้เรตินอล ในการดูแลและกระตุ้นได้

เรตินอล ใช้ยังไง

retinol cream

สาวๆ หลายคนเคยได้ยินชื่อ เรตินอล กันมาบ้างแล้วแต่รู้หรือไม่ว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ใช้อย่างไรจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่มีผิวสวยปังได้ดังใจ สาวๆ หลายคนที่ได้เข้าสู่วงการสกินแคร์อาจจะใฝ่ฝันอยากมีผิวใสแบบกระจกแต่รู้หรือไม่ว่าถ้าเราใช้ครีมเรตินอล ไม่ถูกวิธีก็เหมือนกับเป็นดาบสองคมที่จะทำให้ผิวของเราพังได้

ขั้นแรกควรเริ่มใช้ ครีมเรตินอล ในจำนวนที่น้อยหรือมีความเข้มข้นต่ำ เพราะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย และทำให้ผิวรู้จักกับการคุ้นเคยในการปรับสภาพผิวรวมทั้งยังทดสอบอาการแพ้ของผิวของเราอีกด้วย วันนี้เราก็จะมาเผยเคล็ดลับ วิธีการใช้เรตินอล ตามคำแนะนำของแพทย์ที่สาวๆ ควรรู้ไว้เบื้องต้นดังต่อไปนี้ค่ะ

  • สัปดาห์ 1 : ให้ใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 2-3 วัน
  • สัปดาห์ที่ 2 : เพิ่มความถี่เป็นวันเว้นวัน
  • สัปดาห์ที่ 3 : ใช้ได้บ่อยตามที่ต้องการ (แต่แนะนำอย่าใช้ทุกวัน เพื่อให้หน้าของเราได้พักผ่อน และสร้างคอลลาเจนเองบ้าง)

เรตินอล ทาตอนไหน

เรตินอล ควรทาในช่วงกลางคืนเท่านั้น ในช่วงเวลากลางคืนร่างกายของเราจะซ่อมแซมผิว ทำให้เรตินอลทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นสำหรับการใช้เรตินอล ที่ถูกต้องนั้นจะต้องใช้ในเวลากลางคืนเท่านั้น

ตอนกลางวันเราอาจจะต้องเดินทางไปทำงานรวมถึงมีการเดินทางไปทำธุระต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทำให้อาจเจอกับภาวะแสงแดดที่แรง และมลภาวะฝุ่นควันต่างๆ มากมาย แสงแดดเป็นตัวทำลายประสิทธิภาพของเรตินอล ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูไม่ดีและยังไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร 

เรตินอล เหมาะกับผิวแบบไหน 

หยุดความเข้าใจว่า Retinol เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวริ้วรอยเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วเรตินอล สามารถแก้ปัญหาได้ทุกสภาพผิวไม่ว่าจะเป็น ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม หรือแม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็ตาม แต่จะต้องเลือกใช้ในสูตรที่เหมาะสมและมีวิธีการใช้ที่ถูกต้อง โดยในวันนี้เราก็จะมาแนะนำวิธีการเลือก สูตรเรตินอล ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน บอกเลยปังไม่ไหวกับผลลัพธ์ที่ได้เมื่อใช้ เรตินอล อย่างถูกวิธี

สภาพผิวสูตรที่ใช้ผลลัพธ์
ผิวมันเลือกเรตินอลสูตรน้ำช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน
ป้องกันการอุดตันรูขุมขน
ผิวแห้งเลือกเรตินอลสูตรเนื้อครีมช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น
ป้องกันการสูญเสียน้ำ
ผิวผสมเลือกเรตินอลสูตรเจลช่วยปรับสมดุลผิว
ไม่ทำให้มันหรือแห้งเกินไป
ผิวแพ้ง่ายเลือกเรตินอลสูตรอ่อนโยนเริ่มจากความเข้มข้นน้อยๆ
และทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้จริง

เรตินอล ใช้ทุกวันได้ไหม

เรตินอล เป็นกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ ที่มีคุณสมบัติเด็ดๆ อย่างมากมายสาวๆ หลายคนอาจจะชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ตัวนี้ แต่ถ้าหากถามว่า เรตินอล ใช้ทุกวันได้ไหม คำตอบขึ้นอยู่กับว่าสภาพผิวของแต่ละคนที่เผชิญอยู่บางคนอาจจะผิวแห้งและบางคนอาจจะผิวบอบบาง รวมถึงความเข้มข้นของส่วนผสมเรตินอลต่างๆ ที่มีส่วนผสมและความเข้มข้นที่ต่างกัน โดยมีการแนะนำการใช้ดังต่อไปนี้ค่ะ

  • สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มใช้จากความเข้มข้นต่ำๆ ( 0.01 – 0.03%) ใช้สัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้งเพื่อให้ผิวปรับตัวและสังเกตอาการแพ้หรือระคายเคือง
  • สำหรับผิวที่แข็งแรงแล้ว ใช้เรตินอลด้วยความเข้มข้นที่สูงมากยิ่งขึ้น (0.05 – 0.1%) และ สามารถใช้เรตินอลได้ในทุกวัน แต่จะต้องทาครีมกันแดดควบคู่ไปด้วย เพราะอาจจะทำให้ผิวไวต่อแสงมากกว่าเดิม

เคล็ดลับในการใช้เรตินอล ในการบำรุงผิว

ถึงแม้ว่า เรตินอล จะเป็นอีกหนึ่ง ขั้นตอนสำหรับการดูแลผิวแล้วแต่นี่ก็ไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายที่จะทำให้ผิวของเราดูสวยอ่อนเยาว์ตามที่สาวๆ ใฝ่ฝันได้ เพราะยังมีขั้นตอนอื่นๆ ดังต่อไปนี้

  1. ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง นี่คืออีกหนึ่งวิธีขั้นตอนการดูแลผิวให้สวยจากภายในสู่ภายนอก โดยการล้างหน้าในตอนกลางคืน และตอนเช้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกความมัน ทำความสะอาดเรื่องของเครื่องสำอางที่สะสมมาตลอดทั้งวัน
  2. ใช้มอยเจอไรเซอร์ตามหลังเรตินอลเสมอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเตรียมผิวให้แข็งแรง มอยเจอไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวฟูเด้ง ดูอิ่มน้ำ ผิวสุขภาพดี ผิวสวยใสเหมือนสาวเกาหลี
  3. ทาครีมกันแดดทุกวัน ครีมกันแดดเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้ผิวหน้าของเราดูไม่หมองคล้ำ พร้อมกับยังสามารถทำงานควบคู่กันกับเรตินอลได้เป็นอย่างดี ในเวลากลางวันแนะนำให้ใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF50+ และ PA+++ เพื่อป้องกันผิวจากรังสียูวีและพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดอยู่เสมอ
  4. การผลัดเซลล์ผิวเก่า หรือ การ Scrubb ผิวสามารถทำได้ 1 ครั้ง/อาทิตย์ เพราะเมื่อเรามีอายุที่มากขึ้นการผลัดเซลล์ผิวของเราก็จะลดน้อยลงและทำให้น่าดูหมองคล้ำ
  5. ดูแลบริเวณรอบดวงตาเป็นพิเศษ นอกจากการใช้ครีมบำรุงผิวต่างๆ แล้วเรายังจะต้องดูแลบริเวณรอบๆ ดวงตา เพื่อให้มีความสดชื่นดูสุขภาพดีไปพร้อมกันกับผิว

เรตินอล ห้ามใช้คู่กับอะไร

Retinol อีกหนึ่งสารที่ช่วยชะลอวัยและช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ ได้อย่างมหัศจรรย์ แต่รู้หรือไม่ว่า เรตินอล ก็มีข้อห้ามในการใช้คู่กับสิ่งนี้ เพราะจะทำให้ผิวหน้าของเราพังหนักมาก เราจะมาบอก 5 สิ่งที่ห้ามใช้คู่กันกับเรตินอล

เรตินอล ห้ามใช้คู่กับอะไร

AHA & BHA 

AHA และ BHA เป็นส่วนผสมที่ช่วยการผลัดเซลล์ผิว ถ้าหากใช้ร่วมกันกับ Retinol อาจจะทำให้ผิวของเรานั้นลอกเป็นขุย แสบร้อน และไวต่อแสงแดดมากยิ่งขึ้น

วิตามินซี (Vitamin c)

เรตินอล ห้ามใช้กับวิตามินซี ระวังอย่างยิ่งหลีกเลี่ยงการใช้กับวิตามินซี เพราะจะยิ่งทำให้ผิวนั้นเกิดความแห้ง บอบบางและระคายเคืองได้ในที่สุด วิตามินซีแม้จะช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ แต่ถ้าใช้ร่วมกันกับ เรตินอล บอกได้เลยว่าจะทำให้ประสิทธิภาพทั้งสองลดลง 

ไนอาซิอาไมด์ (Niacinamide)

เรตินอล ห้ามใช้กับไนอาซิอาไมด์ มีคุณสมบัติที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ แต่มีงานวิจัยบางชิ้นพบว่าการใช้ร่วมกันกับ เรตินอล จะทำให้ประสิทธิภาพของทั้งสองอย่างลดลง

ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)

เรตินอล ห้ามใช้กับไฮโดรควิโนน เป็นอีกหนึ่งสารลดเลือนจุดด่างดำ ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ไฮโดรควิโนนไม่ควรใช้ร่วมกันกับ เรตินอล เพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองเกิดรอยแดงและทำให้ผิวไวต่อแสงมากยิ่งขึ้น

สารสกัดจากชาเขียว 

เรตินอล ห้ามใช้คู่กันกับสารสกัดจากชาเขียว เพราะสารสกัดที่มาจากชาเขียว เป็นอีกหนึ่งสารที่มีการต้านอนุมูลอิสระ การวิจัยพบว่าถ้าหากใช้ร่วมกันกับเรตินอล จะทำให้ประสิทธิภาพของทั้งสองได้ผลลัพท์ไม่ดีเท่าที่ควร

ข้อควรระวังในการใช้ เรตินอล 

แม้สรรพคุณของ เรตินอล จะมีมากมายแต่ถ้าหากเราใช้ถูกวิธี ก็อาจจะทำให้หน้าสวยๆ ของเรากลายเป็นหน้าพังได้ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำข้อควรระวังในการใช้ เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ดังต่อไปนี้

  • เริ่มต้นด้วยความเข้มข้นต่ำ เรตินอลมีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.01% จนไปถึง 1% สำหรับมือใหม่ควรเริ่มต้นที่ความเข้มข้นต่ำสุดก่อนเพื่อให้ผิวค่อยๆ ปรับตัวและลดโอกาสในการเกิดอาการแพ้
  • ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม บางอย่างมากไปก็ใช่ว่าจะดียิ่งเป็น เรตินอล ก็ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้นและยาถูหน้าแรงจนเกินไป
  • ทาก่อนนอน เรตินอล เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ไวต่อแสงแดดเป็นอย่างมากควรจะต้องทาในช่วงกลางคืน หรือก่อนเข้านอน เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV
  • สังเกตุอาการแพ้ ผิวอาจระคายเคืองช่วงแรก อาการระคายเคืองอาจจะเป็นช่วงแรกๆ ของการใช้ค่อยๆ ลดความถี่ในการทาและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเป็นพิเศษอาการเหล่านี้ก็จะค่อยๆ ทุเลาลงได้
  • เรตินอล ห้ามใช้คู่กับบางส่วนผสมบางชนิด ไม่ว่าจะเป็นกรดผลไม้ AHA BHA หรือวิตามินซี ควรเว้นระยะในการเลือกใช้
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการทาเรตินอล สำหรับสตรีมีครรภ์ให้นมบุตรนั้น ไม่ควรใช้ หากต้องการใช้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชในร้านขายยา ก่อนตัดสินใจใช้เรตินอล

ผลข้างเคียงจาก เรตินอล 

ถึงแม้ว่า เรตินอล จะไม่ใช่สารอันตราย แต่ด้วยความที่มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวการใช้ เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ช่วงแรกอาจเกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง เช่น

  • ผิวแห้ง : เรตินอลสามารถทำให้ผิวแห้ง ลอก และคันได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงแรกของการใช้
  • ผิวแดง : เรตินอลอาจทำให้เกิดผิวแดงและระคายเคืองโดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
  • แสบร้อน : การใช้เรตินอลอาจทำให้บางคนอาจจะรู้สึกแสบร้อนทันทีหลังจากเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ จึงมีความจำเป็นว่าจะต้องใช้จำนวนน้อยก่อนและเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ
  • ไวต่อแสงแดด : เรตินอลทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดบำรุงอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ
  • สิวอักเสบ : ในช่วงแรกการใช้ เรตินอล อาจทำให้สิวอักเสบมากยิ่งขึ้นเนื่องจากไปกระตุ้นเซลล์ผิว ทำให้สิวที่อุดตันอยู่ใต้ชั้นผิวถูกดันขึ้นมา อาการนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นหลังจากใช้ไปสักระยะ

10 อันดับ เรตินอล เรตินอล ยี่ห้อไหนดี

retinol creams and serums

ริ้วรอยฝ้ากระจุดด่างดำปัญหาเหล่านี้ที่กวนใจสาวๆ หลายคนเป็นอย่างมากไม่ต้องกังวลใจไปเพราะเรามีตัวช่วยสำหรับผิวหน้าให้กลับมาใสมากเช่นเคย โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ เรตินอล ซึ่งเป็นหนึ่งในสารสกัดยอดนิยมที่ ช่วยลดเลือนริ้วรอยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิวใหม่โดยแต่ละยี่ห้อนั้นก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปโดยในวันนี้เราได้รวบรวม 10 อันดับเรตินอล เรตินอล ยี่ห้อไหนดี มาให้ทุกคนได้เลือกใช้กันได้เลยรับรองว่าจะต้องถูกใจทุกคนกันอย่างแน่นอน

Vichy Liftactiv Retinol Specialist Deep Wrinkles Serum

เซรั่มเรตินอล จัดการริ้วรอยร่องลึกอย่างล้ำลึก ประกอบด้วยเรตินอลบริสุทธิ์เพื่อต่อสู้กับริ้วรอย อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูความกระชับและความอ่อนเยาว์ของผิว พร้อมด้วยส่วนผสมโปรไบโอติกช่วยปลอบประโลมและช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เผยผิวใหม่ ทำให้ผิวดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์ สุขภาพดี และเรียบเนียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังเคลมว่าเห็นผลภายในเดือนแรกที่ใช้อีกด้วย

Vichy Liftactiv Retinol Specialist Deep Wrinkles Serum

เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย

ราคา : 1,900 บาท

ปริมาณ : 30 มล. 

จุดเด่น : ปราศจากน้ำหอม สี และซิลิโคน เนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ผ่านการทดสอบภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง

ข้อควรระวัง : สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้งาน ควรใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้งในสัปดาห์แรก เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น

Olay Regenerist Retinol24 Night Moisturizer

Olay Regenerist Retinol 24 Night Moisturizer เป็น เรตินอลแบบทา มีส่วนประกอบด้วยไนอาซินาไมด์ และเรตินอลคอมเพล็กซ์ เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อีกทั้งยังช่วยลดรูขุมขนกว้างอีกด้วย ช่วยลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวดูมีเลือดฝาด เรียบเนียน สดใส เปล่งปลั่ง แลดูอ่อนเยาว์ พร้อมช่วยลดจุดเลือด แถมยังทำให้กระจ่างใสขึ้นอีกด้วย จากการทดลองใช้จริง ส่วนตัวแล้วเนื้อครีมค่อนข้างอ่อน อีกทั้งยังซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว เป็น เรตินอลในเซเว่น ที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองซื้อมาใช้ เพราะหาซื้อได้ง่ายๆ มีขายใน 7-11 ทุกสาขา

เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มี รูขุมขนกว้าง 

ราคา : 529 บาท

ปริมาณ : 50 กรัม 

จุดเด่น : ปราศจากน้ำหอมและสารแต่งสี

วิธีการใช้ : จำกัดปริมาณการใช้งานในช่วงแรก เริ่มต้นจาก 1 ครั้งทุกๆ 3 คืน

La Roche Posay Retinol B3 Serum

ลาโรช โพเซย์ เรตินอล เซรั่มเรตินอลจากแบรนด์ La Roche Posay Retinol Serum ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึก รวมถึงริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด ช่วยให้ผิวกระชับและเต่งตึงขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอและเรียบเนียน อ่อนโยนและไม่ระคายเคืองต่อผิว ด้วยเทคโนโลยี Graduated Release คุณประโยชน์ของเรตินอล จะถูกคงไว้โดยไม่ทำให้ผิวระคายเคือง ประกอบด้วยวิตามินบี 3 และน้ำแร่ลาโรช-โพเซย์ เพื่อช่วยปลอบประโลมผิว และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว มีกลีเซอรีน เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและดูอวบอิ่ม

เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยลึก

ราคา : 1,600 บาท

ปริมาณ : 30 มล. 

จุดเด่น : สูตรอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองต่อผิว สีผิวดูสม่ำเสมอและเรียบเนียน

ข้อควรระวัง : หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดวงตา อาจทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น

COSRX The Retinol 0.1% Cream

พลาดไม่ได้กับ เรตินอล ร้านขายยา ที่อยากแนะนำคือ COSRX The Retinol 0.1 Cream อีกหนึ่งครีมเรตินอลตัวดัง ที่กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง มีรีวิวมากมายใน Tiktok ขึ้นชื่อเรื่องช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย และตัวนี้แพทย์ยังแนะนำ ข้อดีของเรตินอล COSRX The Retinol 0.1% ตัวนี้คือ ทำให้ผิวดูกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้น เรียบเนียนขึ้น และช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ด้วยส่วนผสมของ Panthenol เพิ่มความชุ่มชื้น อีกทั้งยังช่วยปรับกระชับของผิว และยังมีโทโคไตรอีนอล (ซุปเปอร์วิตามินอี) ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนกว่าวัยได้จริง อายุเยอะก็ไม่ต้องซีเรียส แค่ใช้เรตินอล คุณก็จะดูเหมือนอายุ 18 อีกครั้ง

เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวไม่สม่ำเสมอ

ราคา : 920 บาท

ความจุ : 20 มล. 

จุดเด่น : ประกอบด้วยเรตินอลเข้มข้นบริสุทธิ์ 0.1%

วิธีใช้ : ใช้ครีมปริมาณเท่าเมล็ดถั่ว ใช้วันเว้นวันเท่านั้น

L’Oreal Paris Revitalift Moisturizing Day Cream SPF35 PA++ Anti-Wrinkle + Radiance

เรตินอลของ L’Oreal Paris เป็นครีมบำรุงผิวกลางวัน ที่มีส่วนผสมของเรตินอล เป็นเรตินอลที่สามารถใช้ในช่วงเวลากลางวันได้ มีคุณสมบัติในการช่วยควบคุม ริ้วรอย จุดสำคัญทั้ง 8 ประการ เพื่อความหย่อนคล้อย และหย่อนคล้อย และยังช่วยฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างล้ำลึก ช่วยกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอย SPF 23 PA++ พร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวี เรตินอลนี้หาซื้อได้ง่ายในเซเว่น 7-11 และ Watson

เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีริ้วรอย

ราคา : 599 บาท

ปริมาณ : 50 มล.

จุดเด่น : เป็นครีมเรตินอลที่มีสารกันแดด SPF 23 PA++ ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้

วิธีใช้ : ใช้เป็นประจำทุกวันทั่วใบหน้าและลำคอ

Innisfree Retinol Cica Repair Ampoule

Innisfree Retinol อินนิสฟรี เรตินอล มีส่วนผสมของ Retinol และ Centella Asiatica ซึ่งเป็นสูตรอ่อนโยน ช่วยจัดการปัญหาผิวหยาบกร้าน ผิวหมองคล้ำ แม้ผิวระคายเคืองง่ายก็หายห่วง ช่วยลดรูขุมขนอุดตัน ขจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพด้วยการขัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ให้แข็งแรง และทำให้ผิวกระจ่างใสและเรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยปลอบประโลมผิว เพิ่มความรู้สึกสดชื่นให้กับผิวได้ดี

เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง

ราคา : 1,300 บาท

ปริมาณ : 30 มล.

จุดเด่น : Innisfree Retinol เป็นสูตรอ่อนโยน แม้ผิวระคายเคืองง่าย

ข้อควรระวัง : หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มี AHA และงดสครับผิว

Pond’S Age Miracle Ultimate Youth Night Cream Hexyl-Retinol

เรตินอลช่วยฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน ช่วยลดริ้วรอยและทำให้จุดด่างดำดูจาง มีส่วนผสมของ X10 ช่วยซ่อมแซมและปรับผิวหมองคล้ำให้กระจ่างใสขึ้น เคลมว่าเห็นผลภายใน 7 วัน ได้รับการพิสูจน์แล้ว ว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดจุดด่างดำ บำรุงผิวให้กระจ่างใส

ราคา : 399 บาท

ปริมาณ : 45 กรัม

จุดเด่น : ปรับปรุงการฟื้นฟูผิวอย่างมีประสิทธิภาพ 10 เท่า

วิธีใช้ : ใช้ปริมาณเท่าเมล็ดถั่วลงบนมือ ค่อยๆ นวดครีมบนใบหน้าและลำคอที่ทำความสะอาดแล้ว

Pond’S Firm Lift Age Miracle Double Booster Serum

Booster Serum ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ล่าสุด จากสถาบันวิจัย Pond’s ของญี่ปุ่น แนวคิดนี้ได้มาจากเทคโนโลยีการร้อยไหมแบบฝังขั้นสูง กระชับผิวหน้าส่วนล่างด้วย Retinol C เพื่อปรับรูปหน้าให้สมบูรณ์แบบและช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึกต่างๆ มีส่วนประกอบจากสาหร่ายสีแดง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เติมเต็มผิวทำให้ดูอวบอิ่ม และยังมี Glow Sea buckthorn เป็นผลไม้ที่รู้จักกันดีในญี่ปุ่น ในด้านประสิทธิภาพในการต่อสู้กับผิวที่หย่อนคล้อย เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ และความกระจ่างใส ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผิวที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้น และเคลมว่ายังช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ภายใน 4 สัปดาห์ ผู้บริโภค 99% พอใจและรีวิวว่ากระชับผิวหน้าได้จริง ในส่วนของ เนื้อเซรั่ม จะออกแนวทูโทน ซึมซาบเร็วสบายผิว

เหมาะกับสภาพผิวที่มีปัญหาเส้นริ้วร่องตื้น และริ้วรอยร่องลึก

ราคา : 999 บาท

ปริมาณ : 30 มล.

จุดเด่น : มีความเข้มข้นของเรตินอลถึง 7% และการันตีจากแบรนด์ว่าช่วยให้กรอบหน้าเป๊ะ ผิวเฟิร์มกระชับใน 4 สัปดาห์

วิธีใช้ : เทเซรั่มบนฝ่ามือ และตบเบาๆบนใบหน้า โดยลูบจากด้านล่างขึ้นด้านบน

Cerave Resurfacing Retinol Serum

มูฟออนรอยสิว สู่ผิวเรียบเนียนด้วยเรตินอลสูตรอ่อนโยน Cerave Resurfacing Retinol Serum ที่มีส่วนผสม ENCAPSULATED RETINOL 0.1% ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยน ช่วยให้สีผิวแลดูจางลง โดยรีวิวว่าเห็นผลในเวลาเพียง 4 สัปดาห์ พร้อมทั้งมีเซราไมด์ ที่จำเป็นต่อผิว 3 ชนิด เพื่อเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ลดรอยแผลเป็นจากสิว และยังมีสารสกัดจากรากชะเอมเทศ เพื่อช่วยให้ผิวกระจ่างใส เนื้อเซรั่มยังซึมซาบเร็วและไม่มันเยิ้ม

เหมาะกับทุกปัญหาผิว ทั้งผิวมัน ผิวแห้ง ผิวอ่อนแอ

ราคา : 795 บาท

ปริมาณ : 30 มล.

จุดเด่น : อ่อนโยนและเป็นมิตรกับผิว ปราศจากน้ำหอม

วิธีใช้ : ทาเซรั่มให้ทั่วผิวหน้าแล้วตามด้วยครีมบำรุงผิวก่อนนอน

L’oreal Paris Revitalift Pro-Retinol Anti-Wrinkle Serum

โปร-เรตินอลเซรั่ม เซรั่มที่ช่วยลดริ้วรอยได้เส้นต่อเส้นอย่างเห็นได้ชัด ที่บริเวณ 8 จุดสำคัญ ผ่านการคิดค้นยาวนานกว่า 30 ปี ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง การผสานเรตินอลเข้ากับสารสกัด เซนเทลล่า เอเชียติก้า และเดอร์มาลิฟท์ เป็นเทคโนโลยีจากลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ที่มีคุณสมบัติฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก พร้อมตรงเข้ากำจัดริ้วรอย และยังช่วยให้ผิวดูกระชับเด้งดึ๋ง เต่งตึงมากขึ้น

เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยเยอะ และใช้เรตินอลมาเป็นเวลานาน

ราคา : 399 บาท

ปริมาณ : 15 กรัม

จุดเด่น : ลดเรือนริ้วรอยได้จริง เห็นผลได้ชัดเจน ทั้งบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว แก้ม และลำคอ

ข้อควรระวัง : ด้วยความเข้มข้นถึง 4% อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่าย หากมีอาการแสบผิว ควรหยุดใช้ทันที

บทส่งท้าย

เรตินอลเป็นสารสกัดยอดนิยมที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิวและทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นแต่ก่อนเลือกใช้ เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ควรเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวและศึกษาข้อมูลการใช้อย่างถูกวิธีเพื่อให้ใบหน้าของเรากลับมาขาวดูกระจ่างใสเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น หากสาวๆท่านใดที่ได้เข้าสู่วงการสกินแคร์แล้ว รับรองเลยว่าจะต้องมี เรตินอล ติดไว้สักขวดแน่นอน 

one2fives เป็นเว็บไซต์ศูนย์ รวมจัดอันดับ ที่รวบรวมข้อมูลทุกเรื่องมาไว้เพื่อคุณ

FIVE IS REAL เว็บไซต์คุณภาพที่จะรวบรวมเทรนด์ฮิตติดชาร์จทุกเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสมาให้คุณได้ติดตาม

Share To :

Facebook
Twitter
Pinterest
Email